นวัตกรรมใหม่หนึ่งเดียวของโลกโดยนักวิทยาศาสตร์ไทย


เจ้าของผู้วิจัยคือ นายชาญยุทธ รัตนพรหมมณี นักศึกษาปริญญาเอก สาขาวิชาปฐพีศาสตร์และอนุรักษศาสตร์ ภาควิชาพืชศาสตร์และทรัพยากรธรรมชาติ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ได้ทำการวิจัย เรื่องสมบัติทางเคมีและชีวภาพของลีโอนาร์ไดท์และการประยุกต์ใช้ในการส่งเสริมการเจริญเติบโตของข้าว(Chemical and Biological properties of Leonardite and Application for Growth Enhancement of Rice) พบว่าสารลีโอนาร์ไดท์นี้มาจากซากพืชซากสัตว์ที่ตายทับถมกันมานานถึง 70 ล้านปี จึงทำให้สารลีโอนาร์ไดท์นี้มีโครงสร้างแบบนาโน ซึ่งอุดมไปด้วยสารอาหารที่สมบูรณ์มาก

นอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อข้าวแล้วยังมีประโยชน์ครอบคลุมไปถึงพืชทุกชนิด ทั้งคน ทั้งสัตว์ และอุตสาหกรรมการเกษตรอินทรีย์ครบวงจรอย่างมากมายมหาศาล เพราะมีคุณสมบัติโดดเด่นคือ
1. อุ้มปุ๋ยได้ 80%
2. เก็บน้ำได้ 20 เท่าของดินทั่วไป
3. เก็บอากาศได้ 10 เท่าของดินทั่วไป
4. ป้องกันเชื้อรา แบคทีเรีย และไวรัสเข้าสู่รากพืช
5. สร้างจุลิทรีย์ให้กับดิน
6. สร้างโปรตีน กรดอะมิโน ฮอร์โมน เอนไซม์ให้แก่พืช คนและสัตว์

ทางบริษัทฯและทีมงานวิจัยได้พิจารณาเห็นว่าผลงานดังกล่าวมีประโยชน์กับประชาชนชาวไทย 70 ล้านคนและประชาชนอาเชียน 10 ประเทศ 600 ล้านคน อย่างแน่นอน
แหล่งข้อมูล : บริษัท ภูมิภัท อินเตอร์ เนชั่นแนล จำกัด เพื่อร่วมปรึกษาหารือในผลงานวิจัยเรื่องดังกล่าวให้เกิดประโยชน์สูงสุด

มีจำนวนจำกัด 089-9701497 naynit

มีจำนวนจำกัด 089-9701497 naynit

ลีโอนาร์ไดด์ (leonadite)


ลีโอนาร์ไดด์ (leonadite) : เป็นชั้นดินปนถ่านหินที่ถูกออกซิไดส์ตามธรรมชาติ มีลักษณะนุ่มไม่แข็งตัว ปกติพบอยู่ในปหล่งถ่านหินที่มีความลึกไม่มาก ประกอบด้วย "กรดฮิวมิค" และกรดอินทรีย์อื่นๆ ดินปนถ่านหินนี้เกิดจากการผุพังสลายตัวของซากพืลซากสัตว์ ด้วยกระบวนการทางเคมีและชีวภาพ

ลีโอนาร์ไดด์ (leonadite) มีออกซิเจนเป็นองค์ประกอบถึง 30-35 เปอร์เซ็นต์ ส่วนลิกไนต์มีเพียง 25-30 เปอร์เซ็นต์

ลีโอนาร์ไดด์ เกิดจากการผุพังตามธรรมชาติของถ่านหินชนิด ลิกไนต์ (Lignite) โดยพบว่าส่วนใหญ่เป็นสารประกอบของ
"ฮิวมัส" (Humus)
" กรดฟูลวิค" (Fulvic acid)
" กรดฮิวมิค" (Humic acid) และฮิวมีน (Humin)
หรือเรียกรวมว่า "สารฮิวมิค" (Humic Substances)

วัสดุเหล่านี้ใช้เป็นตัวให้กรดฮิวมิค มีการนำไปใช้ในการปรับปรุงดินเพื่อการเกษตรกรรม และการฟื้นฟูพื้นที่

ดินปนถ่านหินนี่้เกิดจากการผุพังสลายตัวของซากพืช ซากสัตว์ด้วยกระบวนการทางเคมี และชีวภาพ

สมบัติทางกายภาพ
กรดฮิวมิค จะรักษาโครงสร้างของดินให้อุ้มน้ำและระบายอากาศได้ดี ในอนุภาคของดินที่มีความเป็นดินเหนียวสูงจะมีประจุบวก และประจุลบอยู่อย่างหนาแน่น
ทำให้มีแรงยึดเหนี่ยวสูง จึงส่งผลให้ดินมีความละเอียดและความหนาแน่นมาก ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อระบบรากของพืชที่จะดูดซึมแร่ธาตุอาหารและน้ำ

สมบัติทางเคมี
กรดฮิวมิค มีประสิทธิภาพในการดูดซับธาตุอาหาร เพื่อที่จะปลดปล่อยธาตุอาหารเหล่านั้นให้แก่พืช เพื่อที่จะได้นำสารอาหารเหล่านั้นมาใช้ประโยชน์ในด้านการเจริญเติบโต การออกดอกออกผล

กล่าวคือ กรดฮิวมิค สามารถยึดประจุบวกของธาตุอาหารเสริมภายใต้สภาวะหนึ่งและจะปลดปล่อยธาตุอาหารเหล่านั้นเมื่อสภาวะเปลี่ยนไป

ด้วยคุณสมบัตินี้ เมื่อ กรดฮิวมิค เคลื่่อนที่เข้าไปใกล้บริเวณรากของพืช ซึ่งระบบรากพืชจะมีประจุลบ พวกธาตุอาหารเสริมเหล่านั้นก็จะถูกปล่อยจากโมเลกุลของ กรดฮิวมิค เข้าไปสู่ระบบรากพืช

ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า กรดฮิวมิค มีความสำคัญอย่างมากในการเป็นสื่อกลางการลำเลียงธาตุอาหารจากดินไปสู่รากพืช

แต่เดิมการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โดยเหมืองแม่เมาะ ได้นำเอามูลดินปนถ่านหินนำไปใช้ประโยชน์ในการฝังกลบพื้นที่ที่ต้องการ หรือไม่ก็ถูกทิ้งอย่างไร้ค่าเท่านั้น

ในปี พ.ศ. 2551 ทางทีมผู้วิจัยของเหมือง พบว่าในตัวมูลดินปนถ่านหิน ที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "ลีโอนาร์ไดด์ (leonadite) " มีองค์ประกอบที่เป็นประโยชน์ในทางเกษตรอย่างมาก

ที่มา เอกสารงานวิจัย : การเตรียมสารประกอบเกลือฮิวเมตจากดินปนถ่านหินจากเหมืองลิกไนต์แม่เมาะ จังหวัดลำปาง
วิวัฒน โตธิรกุล , พลยุทธ ศุขสมิต สํานักงานอุตสาหกรรมพนฐานและการเหมืองแรเขต 3 (ภาคเหนือ) กรมอุตสาหกรรมพนฐานและการเหมืองแร่กระทรวงอุตสาหกรรม
จินดารัตน โตกมลธรรม คณะวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี

จากดินสู่ดิน จากธรรมชาติสู่ธรรมชาติจากลีโอนาไดท์ธรรมชาติลงสู่ดิน นวกรรมหนึ่งเดียวของโลก

จากดินสู่ดิน จากธรรมชาติสู่ธรรมชาติจากลีโอนาไดท์ธรรมชาติลงสู่ดิน นวกรรมหนึ่งเดียวของโลก
จากลีโอนาไดท์ธรรมชาติลงสู่ดิน เตรียมส่งให้ลูกค้า สนใจติดต่อสอบถามเพิ่มเติม 089-9701497 naynit

Best Leonadite 100 %

Best Leonadite 100 %

จากดินสู่ดิน จากธรรมชาติสู่ธรรมชาติ

จากดินสู่ดิน จากธรรมชาติสู่ธรรมชาติ

วันอาทิตย์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2556

แล้วมันก็ผ่านไป
เหตุการณ์ความรุนแรงที่มีผลกระทบในทางลบต่อ ตลาดหุ้นอย่างรุนแรงนั้น เกิดขึ้นเป็นประจำ พูดได้ว่าทุกๆ 3-4 ปี หรือน้อยกว่านั้น ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น นักลงทุนก็มักจะรู้สึกว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ รุนแรงมากกว่าที่เคยผ่านมา  ถ้าแก้ไขไม่ได้ บ้านเมืองและเศรษฐกิจ อาจล่มสลาย แต่เมื่อเวลาผ่านไป เรื่องที่  วิกฤติร้ายแรง”  นั้นก็ผ่านพ้นไปโดยที่บ้านเมืองไม่ได้ล่มสลาย  เศรษฐกิจก็เติบโตต่อไป
ลองมองย้อนหลังไปถึงเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น   เหตุการณ์   Black Monday  เกิดจากปัญหาทางเทคนิค อาจจะมีนักลงทุนหรือผู้ดูแลภาวะเศรษฐกิจภาพรวมที่กลัวว่าตลาดจะอยู่ในภาวะ  ฟองสบู่”   จึงพยายามที่จะลดความร้อนแรงนั้น นักลงทุนที่ระมัดระวังกันอยู่แล้ว ก็มีการติดตั้งระบบการซื้อขายหุ้นแบบ  อัตโนมัติ”  (Program Trading)   ที่จะสั่งขายหุ้นได้ทันทีถ้าหุ้นตกถึงระดับหนึ่ง

ปี  2553  เป็นเหตุการณ์ ช็อกโลก  สงครามอ่าวปอร์เซีย ที่อิรักบุกยึดคูเวต  เพราะนี้คือแหล่งน้ำมัน  แต่แล้วไม่กี่เดือนต่อมา สหรัฐอเมริกา กับพันธมิตรก็สามารถยึดคูเวตกลับมาได้

ปี 2535  เป็นเหตุการณ์การประท้วงของประชาชนและทหารได้เข้ามาปราบปรามจนเกิดการเสียเลือดเสียเนื้อเป็นจำนวนมาก ที่ต่อมาเรียกว่า   เหตุการณ์ พฤษภาทมิฬ” 

ปี 2538  เหตุการณ์เรืองของการลดค่าเงินเปโชลงมาเป็นประวัติการณ์แสดงให้เห็นถึงความอ่อนแอของเศรษฐกิจเม็กซิโก  แต่ เหตุการณ์ที่รุนแรงกว่าก็คือ การล้มของแบริ่งซีเคียวริตี้  ที่เป็นสถาบันการเงินเก่าแก่ที่เคยรับใช้ราชวงศ์ของอังกฤษมาก่อน

วิกฤติปี 2544  โลกก็ต้อง ช็อก จากการถล่มตึกเวิร์ลเทรด ในนิวยอร์ก เป็นเรืองของการเมืองอเมริกาล้วนๆ  และผลกระทบที่มีต่อตลาดหุ้นไทยจึงน้อยมาก
ต่อมาอีก  3  ปี   ปี  2547    วิกฤติของประเทศไทย  ไล่ตั้งแต่  โรตซาร์   ไข้หวัดนก   สึนามิ  อีก  2  ปีต่อมาประเทศไทยก็เกิดการปฏิวัติอีก  นอกจากนั้นเรายังมีปัญหาความแตกแยกของคนในขาติที่รุนแรง

เหตุการณ์รุนแรง ก็จะเป็นอย่างที่  เบน เกรแฮม  เคยพูดไว้เป็นคำอมตะว่า   “this too, shall past”  “นี่ก็จะต้องผ่านไปเหมือนกันแล้วมันก็ผ่านไป
แหล่งอ้างอิง  ก้าวเล็กๆในตลาดหุ้น ก้าวที่ยิ่งใหญ่ในชีวิต”   ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

ไม่มีความคิดเห็น:

“ทำไมต้องเหน็ดเหนื่อย”

วันจันทร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

แดลเนียล ดับบลิว. โยสชีลิน ผู้แต่งหนังสือเรื่อง ทำไมต้องเหน็ดเหนื่อย

หัวใจของท่านในวันหนึ่งๆ ฉีดเลือดไปหล่อเลี้ยงร่างกายของท่านด้วยปริมาณที่สามารถจะใส่ถังเหล็กขนาดใหญ่ ชนิดที่หัวรถไฟใส่น้ำสำรองได้ 1 ถัง หัวใจปฏิบัติงานอย่างน่ามหัศจรรย์อยู่เช่นนี้เป็นเวลา 50 ปี หรืออาจจะถึง 90 ปี

ท่านรู้ไหมว่ามันคงทนอยู่ได้อย่างไร?

ผู้เขียนจะให้ นายแพทย์วอลเดอร์ บี.แคนนัน แห่งโรงเรียนการแพทย์ในมหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด เป็นผู้อธิบาย เขากล่าวว่า คนส่วนมากมีความคิดว่าหัวใจทำงานโดยมิได้พักผ่อนตลอดเวลา ในเมื่อในความเป็นจริง หัวใจมีระยะหยุดพักอย่างแท้จริงอยู่ระยะหนึ่ง ทุกครั้งที่หดตัวจากการฉีดเลือด

ในขณะหัวใจเต้นในอัตราปรกติ คือ 70 ครั้งต่อนาที คำนวณแล้วหัวใจทำงานเพียง 9 ชั่วโมง ในจำนวน 24 ชั่วโมง ระยะเวลาที่มันหยุดพักทั้งหมดเมื่อรวมกันเข้าถึง 15 ชั่วโมง

การพักผ่อนด้วยการหลับไปงีบหนึ่งแม้แต่เพียง 5 นาที จะสร้างอำนาจในการบูรณะร่างกายอย่างมหาศาล และเป็นยาวิเศษสำหรับป้องกันความอ่อนเพลีย

ผู้เขียนสัมภาษณ์ เฮนรี่ ฟอร์ด ก่อนอายุเขาจะครบ 80 ปีเล็กน้อย ผู้เขียนประหลาดใจในความสดชื่นและความสมบูรณ์ของเขา ผู้เขียนถามถึงเคล็ดลับที่จะนำเขาไปสู่จุดหมายนี้ เขาตอบว่า ผมไม่เคยลุกขึ้นยืนเมื่อผมนั้งอย่างสบายอยู่แล้ว และผมไม่เคยลุกขี้นนั่งเมื่อผมนอนอย่างสบายอยู่แล้ว

ท่านจงปฏิบัติในแบบเดียวกับการทำงานของหัวใจ คือ พักผ่อนเป็นระยะๆ แทนที่จะทำงานอย่างสมบุกสมบันติดต่อกันไปโดยไม่หยุดพักเลย

ซึ่งจากการปฏิบัติเช่นนี้ จะเพิ่มความสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ให้แก่ชีวิตในระหว่างตื่นของท่านวันละ 1 ชั่งโมง

การรักษาโรคด้วยวิธีการพักผ่อน ถ้าท่านได้พักผ่อนความวิตกทุกข์ร้อนของท่านจะหายไปเขากล่างอย่างเปิดเผยว่า โรคประสาทหรือโรคแห่งอารมณ์ต่างๆ จะไม่เกิดขี้นแก่ผู้ที่ได้พักผ่อนอย่างแท้จริงหรือกล่าวอีกอย่างหนึ่งก็คือ ถ้าท่านได้พักผ่อนความวิตกทุกข์ร้อนของท่านจะหายไป

แหล่งข้อมูล “the Sage” สมิต อาชวนิจกุล

Hotels2thailand.com